ทำไมต้องเป็นเว็บคุณภาพ

การสร้างเว็บคุณภาพหลายๆคนอาจนิยามคำว่าเว็บคุณภาพผิดไปจากความเป็นจริง เว็บคุณภาพที่แท้จริงนั้นมีส่วนประกอบหลายส่วน หากเข้าใจโครงสร้างของเว็บคุณภาพได้ดีจะทำให้มองภาพของขั้นตอนการสร้างเว็บคุณภาพได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้ได้ผลงานออกมาตามเป้าหมายที่วางไว้

หลายๆคนเข้าใจว่าเว็บคุณภาพคือเว็บที่ทำมือไม่ได้ใช้สคริป หรือ เครื่องมือใดๆช่วย หรือ เว็บคุณภาพคือเว็บที่ไม่เน้นจำนวนบทความ ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดอย่างมาก การวัดว่าเว็บแบบไหนคือเว็บคุณภาพนั้นให้วัดที่ผลของงาน เช่นทำอันดับดีๆในคีย์เวิร์ดเป้าหมายได้ตามที่วางแผนไว้ หรือ มีกลุ่มผู้ชมส่วนใหญ่ที่เป็นกลุ่มที่ตั้งเป้าหมายไว้เข้ามาชมมีสัดส่วนจำนวนมาก

ดังนั้นก่อนจะเป็นเว็บคุณภาพได้ก็ต้องมาจากความเข้าใจที่ถูกต้องของผู้สร้างเว็บ และ มีขั้นตอนการวางแผนการวิเคราะห์มาเป็นอย่างดี ในบทเรียนครั้งนี้เราจะมาเจาะลึกว่าโครงสร้างของเว็บคุณภาพเป็นอย่างไร ต้องวางแผนและมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ในการสร้างเว็บคุณภาพ เพื่อให้ได้ผลงานออกมาตามที่วางเป้าหมายไว้

ก่อนเข้าสู่รายละเอียด มีข้อตกลงในการปรับทัศนคติหลักๆอยู่ อย่างหนึ่งคือ "ผลงานที่ออกมาคือตัววัดความมีคุณภาพของเว็บ" ดังนั้นไม่ว่าจะทำเว็บด้วยวิธีใดๆก็ตามหากผลงานออกมามันเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้มากกว่า 50% นั้นคือความมีคุณภาพของเว็บ

ภาพนี่คือตัวอย่างของเว็บ ADS2009.COM ที่พึ่งเขียนบทความได้ไม่กี่วันก็ขึ้นมายืนทำอันดับในคีย์เวิร์ดเป้าหมายคือ สอนสร้างเว็บคุณภาพ
ซึ่งเป็นคีย์เวิร์ดที่พึ่งนำมาทำครั้งแรกอย่างเป็นทางการ และพึ่งทำเนื้อหาเสร็จแค่บทความนี้เท่านั้น

เว็บ ADS2009.COM ที่ใช้เปิดสอนสร้างเว็บคุณภาพนี้ถูกสร้างด้วย Webpumps CMS ที่เล็กและเร็วกว่า Wordpress

สอนสร้างเว็บคุณภาพ

อะไรคือองค์ประกอบของเว็บคุณภาพ

อย่างที่กล่าวมาผลงานคือตัววัดคุณภาพ ดังนั้นเพื่อให้ได้ผลงานที่ดี จำเป็นต้องให้ความสนใจตั้งแต่ขบวนการแรกเริ่มในการสร้างเว็บขึ้นมา ซึ่งพอที่จะลำดับเป็นข้อๆได้ดังนี้

1. ต้องตอบตนเองได้ก่อนว่าการลงมือสร้างเว็บนี้ขึ้นมามีจุดประสงค์อะไร เช่น ชื่อเสียง หรือ รายได้ หรือ จำนวนสมาชิก ฯลฯ เพราะตรงนี้สำคัญมากต่อการที่จะหาข้อมูลมานำเสนอให้ตรงตามจุดประสงค์ของงาน เช่น หากต้องสร้างรายได้จากการขายสินค้า เมื่อตั้งโจทย์ไว้แบบนี้ก็ต้องวิเคราะห์หาสินค้าที่มีโอกาสขายได้เร็ว และ วิเคราะห์หาจุดอ่อนของคู่แข่งในสินค้าเดียวกันกับเรา(Niche Product)

2. วางแผนกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน อย่ามองงานเป็นมุมกว้างมาก มันจะสร้างจุดดึงดูด(โฟกัส) ยากและลำบากมาก การบีบกลุ่มเป้าหมายให้เฉพาะเจาะจงมันจะช่วยให้งานขั้นตอนต่อๆไปง่ายขึ้นมาก

3. มีความเข้าใจกลไกของ Search engine เป้าหมาย เช่นอยากทำอันดับดีใน Google ก็ต้องเข้าใจว่า Google ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร

4. การเขียนเนื้อหาให้ถูกใจทั้งผู้ชม(กระตุ้นความสนใจ) และ ถูกใจ Search engine(เพื่อผลของการทำอันดับที่ดี)

5. มีความเข้าใจเรื่องการปรับแต่ง On Page SEO ในเว็บ ตรงนี้จะช่วยให้ให้เนื้อหา และ โครงสร้างของเว็บ มีความสำคัญในสายตาของ Search engine เพื่อผลของการทำอันดับที่ดีของคีย์เวิร์ดเป้าหมายในบทความ

6. ใช้โครงสร้างของเว็บที่เป็น Responsive Web Design ที่รองรับการแสดงผลผ่านอุปกรณ์ชนิดต่างๆ เช่น มือถือยี่ห้อต่างๆ Tabltes และ PC
หากเป็น Wordpress ก็ต้องเลือก Themes ที่เป็น Responsive Themes ที่ชัวร์ๆ นอกจากจะเป็นการสร้างเครดิตที่ดีสำหรับ Google แล้ว ยังเป็นการเพิ่มช่องทางการเข้ามาเว็บจากกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น (เว็บ ADS2009.COM นี้ก็ถูกออกแบบโครงสร้างของเว็บให้เป็น Responsive Template)

7. รู้จักการทำ Off Page SEO ที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลที่ดี และ ใช้เวลาน้อย อย่าใช้เวลาสิ้นเปลืองกับข้อนี้ เพราะจะเสียเวลาไปเปล่าประโยชน์เสียมากกว่า

8. เข้าใจกฎเกณฑ์ของงานที่ทำเช่น ทำ Amazon Affiliate ก็ต้องเข้าใจกฎต่างๆให้แม่นยำ ให้ความสนใจศึกษาอย่างจริงจัง เพื่อให้ไม่โดนแบนบัญชี เนื่องจากทำผิดกฎ แม้ว่าฝีมือทำเว็บจะชั้นเซียนแค่ไหน หากละเลยข้อนี้ รายได้ก็ไม่ยืนนานเพราะโดนปิดบัญชีเร็ว

จากที่กล่าวมาโดยสังเขปทั้ง 8 ข้อจะเห็นได้ว่าการทำเว็บคุณภาพนั้นต้องให้ความสำคัญส่วนไหนบ้าง คราวนี้ใครๆที่ยังคิดว่า เว็บคุณภาพคือเว็บทำมือ ...ยกมือขึ้น....


อะไรคือความสำเร็จจากผลงานของเว็บคุณภาพ

จุดประสงค์ของการลงมือทำเว็บของทุกคนก็ล้วนมีจุดประสงค์หลักเดียวกันคือ "ต้องการให้มีผู้ชมเข้ามายังเว็บทุกๆวันต่อเนื่อง" หากทำเว็บแล้วไม่มีคนเข้าชม หรือ มีน้อยมากๆก็เปล่าประโยชน์ เพราะการมีจำนวนผู้ชมเข้ามาต่อวันมากๆก็หมายถึงการที่เรามีลูกค้าหรือสมาชิกอยู่ในกำมือแล้ว การเปลี่ยนจากผู้ชมให้เป็นรายได้นั้นไม่ใช่เรื่องยากแล้ว ปัญหาคือทำอย่างไรจะมีผู้ชมเข้ามาได้มากๆในแต่ละวัน คำตอบคือต้องทำเว็บให้ได้คุณภาพจริงๆ

ผู้ชมมาจากไหนบ้าง

ก่อนจะกล่าวถึงที่มาของผู้ชม ต้องขอกล่าวถึงประเภทของเว็บก่อน ในการทำเว็บขึ้นมานั้นจะมีรูปแบบอยู่ 2 ประเภทคือ

1. เว็บขนาดใหญ่ สำหรับองค์กร บริษัท ห้างร้าน โดยเฉพาะเว็บของเจ้าของสินค้าเองที่ต้องการสร้างแบรนด์ของตนเองให้ติดตลาด
เว็บลักษณะนี้ถือว่าเป็นเว็บที่เน้นธุรกิจโดยตรง กลุ่มเป้าหมาย ผู้ชมของเว็บพวกนี้ส่วนใหญ่จะมาจากผลของการซื้อโฆษณาตามสื่อต่างๆ ซึ่งเป็นไปตามหลักการทำธุรกิจของบริษัทขนาดใหญ่อยู่แล้วคือต้องทำให้ชื่อของบริษัท หรือ ชื่อของสินค้า ติดหู ติดตา จำได้ ในระยะเวลาที่รวดเร็วที่สุด การซื้อสื่อโฆษณาจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับองค์กรพวกนี้ แน่นอนค่าโฆษณาย่อมสูงมาก อาจสูงหลักหลายล้านบาทต่อเดือน แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าทางธุรกิจ
รูปแบบของเว็บพวกนี้จะเน้นความสะดวกสบายให้ผู้ชม มีความหลากหลายให้เลือกดูเลือกชม

2. เว็บขนาดเล็ก เพื่อหารายได้พิเศษเช่น ทำ Amazon Affiliate ,Clickbnak ,Adsense หรือขายสินค้าที่ตนเองหามา
เว็บพวกนี้มักเป็นมือสมัครเล่น หรือ มือเซียน แต่ทุนน้อย ไม่มีงบไปซื้อโฆษณาแพงๆ ดังนั้นหนทางเดียวที่จะดึงผู้ชมเข้ามาได้ก็คือ การทำอันดับของคีย์เวิร์ดในบทความต่างๆสามารถทำอันดับได้ดีในผลการค้นหาผ่าน Google หรือ Bing หรือ Yahoo! ซึ่งเรียกกลไกนี้ว่าการทำอันดับผ่านขบวนการ SEO
การใช้ช่องทาง SEO ในการหาผู้ชมเข้าเว็บนั้น ต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก อาจเป็นเดือนๆกว่าจะเริ่มได้ผล หรือเป็นปีหากต้องการผู้ชมเข้ามาทุกๆวัน
เพราะกลไก SEO นี้ทุกๆขบวนการต้องใช้เวลา เช่น พอทำเว็บเสร็จ ก็ต้องรอให้มีค่า Index เกิดขึ้นมาก่อน Index มันจะค่อยๆเพิ่มทีละนิดๆ ข้อมูลทั้งหมดของเว็บอาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะถูกเก็บรายการ Index ได้ทั้งหมดในเว็บ ยิ่งในปัจจุบันโดเมนใหม่ๆมักจะ index ช้ากว่าสมัยก่อนมาก

และยังต้องลุ้นผลของการทำเว็บว่าคีย์เวิร์ดในบทความสามารถทำอันดับได้ดี หรือ ทำอันดับเหนือคู่แข่งได้มากน้อยเพียงใด ต้องค่อยๆปรับปรุงแก้ไข และรอผลจากการทำงานของ Search engine ที่ค่อนข้างช้าอยู่แล้ว ซึ่งแตกต่างจากเว็บขนาดใหญ่ที่อาศัยการซื้อสื่อโฆษณา ขอเพียงทำเว็บให้ดูดี ดูสวย มีกิจกรรมให้ร่วมลุ้น ร่วมสนุก มีโปรโมชั่นลดและแจกแถม เอาแค่นี้ไม่ต้องไปสนใจว่าเนื้อหาถูกใจ Google หรือไม่ คีย์เวิร์ดจะทำอันดับได้หรือไม่

ดังนั้นการใช้ช่องทางดึงลูกค้าผ่านผลการค้นหาด้วยขบวนการ SEO จึงต้องใช้เวลานาน ต้องใจเย็น ค่อยๆเป็นไป ผลของมันอาจจะเห็นผลชัดๆเมื่อเวลาผ่านไปหลายเดือนหรือเลยหนึ่งปีขึ้นไป แต่ก็ยังพอมีช่องทางอื่นๆบ้างเช่นการไป Post ตาม Social Network ต่างๆ แต่หากทำ Affiliate ก็ต้องระวังในเรื่องของกฎระเบียนข้อห้ามของ Affiliate นั้นๆด้วย

หลักการทำเว็บขนาดเล็กนี้หากต้องการทำแล้วได้ผลดีต้องสลัดภาพของเว็บขนาดใหญ่ออกไป ต้องอาศัยกลไกที่เป็นเอกลักษณ์ของเว็บขนาดเล็ก ที่เรียกว่า Niche Site หมายความว่า เว็บที่สร้างขึ้นควรเน้นเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือ สินค้าประเภทใดประเภทหนึ่งเป็นหลัก (เล็กแต่เข้มข้น) ที่ทำเช่นนี้เพื่อให้เว็บมันเด่นชัดไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งโดยเฉพาะเพื่อให้ Search engine มองเห็นทิศทางของเนื้อหา เรื่องราวที่นำเสนอ

เว็บขนาดเล็กไม่ควรไปออกแบบให้มีหมวดหมู่หลากหลาย เน้นให้ผู้ชมสะดวกสบาย เชื่อเถอะเว็บเล็กๆ เกิดยาก อาจทำเว็บให้อลังการได้ แต่ทุนน้อย ไปไม่รุ่งชัวร์ โอกาสผู้ชมจะติดอกติดใจเว็บเราถึงขั้น Bookmark คงเป็นไปได้ยากมากๆสำหรับเว็บขายสินค้า ยกเว้นเว็บที่เน้นให้สาระความรู้ เพราะเว็บขายสินค้าขนาดใหญ่มันจะต้องมีแบรนด์คู่กันมาเสมอ ขนาดใหญ่แต่โนเนมเกิดยากครับ การทำเว็บขนาดเล็กต้องพยายามให้นึกถึง เล็กแต่เผ็ด(Niche Site) ไว้ก่อนแล้วมันจะได้ผล สำหรับวิธีการทำให้ เว็บเล็กแต่เผ็ด นั้นจะกล่าวถึงในบทต่อๆไป

สมาชิกเท่านั้นจะสามารถเห็นเนื้อหาทั้งหมด

Post Tags : เว็บคุณภาพ, Niche Site, Niche Product, On Page, Off Page, SEO, Amazon Affiliate, Clickbnak, Adsense , Google, Search engine, Responsive Themes, Responsive Templatee, Responsive Web Design

บทความพิเศษประกอบการเรียนรู้การสร้างเว็บคุณภาพ

สิ่งที่มือใหม่มักจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับเว็บคุณภาพ

สิ่งที่มือใหม่มักจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับเว็บคุณภาพ

มือใหม่หลายๆคนที่เริ่มต้นศึกษาในการทำเว็บเพื่อหารายได้ ไม่ว่าจะเป็นการทำ Amazon Affiliate หรือ Clickbank ,Adsense หรือแม้แต่สร้างเว็บเพื่อขายสินค้าของตนเอง มักจะลงมือข้ามขั้นตอนที่สำคัญๆ.

คีย์เวิร์ดไม่ใช่ด่านแรกที่ต้องคำนึง

คีย์เวิร์ดไม่ใช่ด่านแรกที่ต้องคำนึง

มือใหม่ที่อยากทำเว็บเพื่อหารายได้ ไม่ว่าจะเป็นการทำแนวคุณภาพ หรือ แนวปั่น ก็ตามหลายคนมักจะพุ่งโฟกัสงานไปที่การหาคีย์เวิร์ดโดยทันที และมักจะกังวลกับการวิเคราะห์หาคีย์เวิร์ดอย่างเอาเป็นเอาตาย ซึ่งมันเป็นการข้ามขั้นตอนที่ไม่ถูกต้องเลย.

อย่าประมาท Search Engine

อย่าประมาท Search Engine

หลายๆคนมักจะประเมินความสามารถของ Search Engine ต่ำไป หรือ ไม่ได้ให้ความสนใจในรายละเอียดเชิงลึก ซึ่งการคิดแบบนี้จะส่งผลให้ผลงานที่ได้ออกมาไม่สามารถทำอันดับที่ดีได้.

Affiliate เจ้าไหนดีที่สุด

Affiliate เจ้าไหนดีที่สุด

มักจะมีคำถามเข้ามาเสมอๆและบ่อยมาก นั้นก็คือคำถามที่ว่า Affiliate เจ้าไหนดี หรือ Affiliate เจ้านี้เจ้านั้นยังทำเงินหรือไม่ในปัจจุบัน เพราะทิ้งไปนานเลยไม่แน่ใจ.

เทคนิคการสร้างอาชีพ IM ที่มั่นคง

เทคนิคการสร้างอาชีพ IM ที่มั่นคง

ทุกๆงานที่ทำเพื่อหารายได้นั้นมันก็คือธุรกิจดีๆนี่เอง หากคิดแค่ว่ามันคืองานที่ทำแล้วรวยเร็ว ลงทุนน้อย ทำงานวันละไม่กี่ชั่วโมง หากคิดแบบนี้โอกาสจะประสบความสำเร็จในการทำ IM ไม่มีเลย.

เทคนิคการวางแผนงานและการบริหารเวลาเพื่อความสำเร็จ

เทคนิคการวางแผนงานและการบริหารเวลาเพื่อความสำเร็จ

เวลาคือต้นทุนอย่างแห่งของการทำธุรกิจ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักมองข้ามและคิดว่ามันไม่มีคุณค่ามากมาย และไม่กลัวการขาดทุนของการใช้เวลาในแต่ละวัน ความคิดแบบนี้อันตรายมาก.