เว็บคุณภาพ VS เว็บปั่น (ตอนที่ 1)

This entry was posted by Wednesday, 16 February, 2011
Read the rest of this entry »

เว็บคุณภาพ VS เว็บปั่น (ตอนที่ 1) – สอนอเมซอน
จากการที่มีโอกาสได้สัมผัส แลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้คนในแวดวงด้าน Affiliate Marketing พบว่ามีความสงสัยเรื่องระหว่าง เว็บคุณภาพ กับเว็บปั่น อย่างไหนดีกว่ากัน ถ้าถามผมผมคงตอบว่า จำนวนเว็บคือคำตอบสุดท้ายสำหรับผม มันอาจเป็นคำตอบที่ไม่ตรงคำถาม แต่มันก็คือความจริงสำหรับผมครับ ถ้านับความถี่ของยอดผู้ซื้อ ระหว่างเว็บปั่น กับ เว็บคุณภาพ สำหรับผมแล้ว เว็บคุณภาพจะมียอดซื้อสินค้าค่อนข้างบ่อย และประจำ คือจำนวนความถี่ในการสั่งซื้อ ชนะเว็บปั่นอย่างขาดลอย แต่ในทางกลับกัน เว็บปั่นเคยทำสถิติยอดขายสูงสุดต่อวันมาแล้ว ชนิดที่เว็บคุณภาพไม่เคยทำได้

 

แต่นั้นมันนานๆที บางทีจนลืม จนในวันหนึ่งผมหันมาวิเคราะห์ และย้อนนึก คิดว่า ที่ผ่านมาเราทำอะไร ถูก หรือ ทำอะไรผิด แล้ว อนาคต เราจะเดินทางสายไหน เรียนตามตรงว่ากระแสเว็บปั่นมาแรงมากครับ จนผมเองก็อดใจไม่ไหวทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ผมเดินเส้นทางเว็บคุณภาพในสาย Adsense มาเป็นปีๆ เมื่อผมกระโดดเข้าสู่เส้นทางการปั่นเว็บ

ต้องยอมรับว่า วงการนี้ต้อนรับน้องใหม่อย่างผมได้แบบประทับใจจริงๆ ครับ แค่ไม่ถึงปี รายได้มันพุ่งทยาน เมื่อเทียบกับการทำเว็บคุณภาพที่เคยทำมาสองปีกว่า ชนิดไม่เห็นฝุ่น ยิ่งทำให้ผมมีกำลังใจอย่างมาก เช่า Host เพิ่ม จดโดเมนเพิ่มแบบไม่ต้องคิดมาก เพราะเกิดความคิดด้านคณิตศาสตร์เกิดขึ้น ถ้าตอนนี้ได้เท่านี้ และถ้าเพิ่มจำนวนขึ้นเท่านี้มันต้องได้เพิ่มเป็นเท่านี้

แต่เวลาไม่นานนัก รายได้ก็ค่อยๆลดลงไปเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่พยายามดัน ทั้งอัด Backlink เอง ทั้งซื้อ backlink โปรโมทสารพัด แต่ก็ไม่ดีขึ้นมากเท่าไหร่ ลองให้เวลามันดูระยะหนึ่งสองเดือนผ่านไปก็ยังเหมือนเดิม สามเดือนผ่านไปก็ยังเหมือนเดิม ผลก็ไม่ดีขึ้น จนในที่สุดต้องยกมือยอมแพ้ (คำตอบ เว็บห่วยๆ ดันอันดับยาก)

คราวนี้หันมาเล่นทางตรงและทางลัด คือ PPC ทั้งสองเจ้า ผลหรือครับ ขาดทุดไม่เป็นท่า (ไม่เข้าใจตัวสินค้าและการตลาดดีพอ มุ่งแต่จะหนี 1/10)

หลังจากหลบเลียบาดแผลจากความชอกช้ำ หันมาพิจารณาหาสาเหตุ ว่าทำไม ถึงเป็นอย่างนี้ หลังจากที่หมดความหวังแล้ว ผมพบว่า เมื่อคนเราละทิ้ง ไม่ยึดติดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้ว ปัญญาและความคิดดีๆ ก็จะเกิด มันจะเริ่มมองเห็นภาพตัวเองชัดเจนมากขึ้น ทั้งๆที่เรื่อง SEO ผมเองก็รู้และรู้จักมันดีด้วย แต่เวลาผมไปปั่นผมกลับใช้มันแค่ไม่เกิน 20-30% ทั้งนี้อาจเพราะความคิดเร่งปั่นให้มากที่สุด ไม่อยากเสียเวลามากๆกับแต่ละเว็บ คิดและมองเห็นแต่รายได้ก้อนโตรออยู่ข้างหน้า โอ้นี่เองเป็นสาเหตุ กิเลส ความโลภมันบังตานี่เอง ทำให้เกิดความร้อนรน รีบเร่งขาดสติ (เห็นช้างขี้ก็อยากขี้ตามช้าง ไม่ดูตูดตัวเองเสียเลย)

คำตอบที่ค้นพบว่าทำไมเว็บปั่นถึงได้ถอยหลังในเวลาต่อมา สาเหตุมาจากคู่แข่งขันที่มีการทำ SEO มาอย่างดีและเก็บทุกรายละเอียด ทำให้เว็บของคู่แข่งทำอันดับแซงเว็บปั่นที่ก่อนหน้านี้ทำอันดับขึ้นมาจากความพลุ๊คมากกว่า โดยที่ตัวมันเองไม่มีความสมบูรณ์พร้อมที่จะต่อกรกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งได้ เหมือนกับนักมวยไม่มีวินัยหรือชอบหนีซ่อม แต่อาจได้แชมป์มาจากความไม่พร้อมของคู่ต่อสู้ เช่นคู่ต่อสู้เป็นไข้ ท้องเสีย หรือลดน้ำหนักเกิน แต่ต่อมาคู่ต่อสู้ปรับตัวได้และกลับมาท้าชิง เอาแชมป์คืน อะไรจะเกิดขึ้น คงจะทราบคำตอบอยู่แล้ว (คำตอบ เว็บห่วยๆ อยู่ไม่นานก็ร่วง)

แล้วทำไมเราไม่ทำอันดับแบบจงใจทำล่ะ เมื่อย้อนคิดไปถึงเมื่อก่อนตอนหากินกับ Adsense อยู่ตอนนั้นทำตามทฤษฎี SEO จริงๆ รายได้ต่อเว็บก็อยู่ในขั้นพอใช้ แต่ยังไม่ถึงกับว่าดีมาก

พอมาทำการขายสินค้ากับอเมซอนยิ่งไปใหญ่เลย เพราะ Adsense จบที่การคลิ๊กโดยตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจก็แล้วแต่ แต่สำหรับการการสินค้ากับอเมซอน เกมมันจบที่การส่งสินค้าให้ลูกค้าแล้วต้องรออีกสองเดือนในระยะเวลานี้ลูกค้าคืนสินค้าก็หมดกัน

แต่พอหันมาทำการขายสินค้ากับอเมซอน และใช้ทฤษฎี SEO ในการทำเว็บอย่างเต็มที่ แล้วทำไมยังขายไม่ได้ คำตอบนี้ผมก็หาอยู่นานครับ และสุดท้ายก็ไปลงเอยที่การปั่นอย่างที่เล่ามาข้างต้นนั้นแหละครับ (ไม่รู้จักสินค้าดีพอ และไม่รู้จักช่องทางนำลูกค้าเข้ามาหาสินค้า)

คำตอบต่อมาที่ค้นหาเจอว่าทำไมถึงขายสินค้ากับอเมซอนไม่ได้ ในการทำการตลาดทั้งสาย SEO และ PPC สาเหตุก็คือ ผมเองขาดความเข้าใจเรื่อง การวิจัยตลาด รวมถึงเรื่องของ ตัวสินค้าและ Keyword

ผมเองมองธุรกิจในมุมมองของโปรแกรมเมอร์ ผมเองไม่ใช่นักการตลาด ทั้งๆ ที่กว่าครึ่งหนึ่งของชีวิต คลุกคลีอยู่กับการทำธุรกิจมาตลอด มันใกล้ตัวเกินไปเลยมองไม่เห็น แต่กลับเอาความชอบส่วนตัวมาเป็นตัวตัดสิน (โดยส่วนตัวชอบการเขียนโปรแกรมอย่างมาก จนได้ใช้มันมาเป็นอาชีพส่วนหนึ่งจนทุกวันนี้) ชอบสินค้าที่ตัวเองรู้จัก ชอบปรับแต่งเว็บ ชอบลองของด้านมืด ชอบดัดแปลงอะไรๆ สารพัด (แย่ที่เอาความชอบตัวเองเป็นใหญ่)

และแล้วก็มาถึงวันที่ผมลดความเป็นโปรแกรมเมอร์ลง หันมาเป็นนักการตลาดมากขึ้น ประสบการณ์จากการปั่น ทำให้มองเห็นจุดด้อยของการปั่นคือ ขาดการเน้นหนักลงไปที่สินค้าหรือ Keyword ตัวใดตัวหนึ่ง อีกทั้งขาดการติดตามผล อย่างมีประสิทธิภาพ พูดง่ายๆ ว่าดูแลไม่ทั่วถึง

นอกจากการวิจัยสินค้า วิจัย Keyword แล้ว สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งก็คือ การรู้จักใช้เครื่องมือติดตามผลและวิเคราะห์ผล ซึ่งเครื่องมือที่เจ้ากูเกิ้ลให้มามันเป็นเครื่องมือที่วิเศษมากๆ แต่บรรดานักปั่นหลายๆคนไม่กล้าใช้ เพราะนั้นหมายถึงการแสดงตัวให้กูเกิ้ลรู้ได้ทันทีว่า ท่านมีกี่เว็บ และมีอะไรบ้างในเว็บ (กลัวถูกแบน เมื่อกลัวก็เลยอดใช้ของดี)

ก่อนจะจบในตอนที่หนึ่งนี้ อยากจะบอกว่า คิดหาสินค้าให้เจอก่อน หนึ่งสินค้ามีได้หลาย Keyword และหนึ่ง Keyword อาจมีสินค้าได้มากกว่า 1 ตัว

จากจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในปี พ.ศ.2553 มีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วโลกราว 1,900 กว่าล้านคน โดยเฉพาะในอเมริกาเองก็มีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตราว 266ล้านคน ในจำนวนนี้มีผู้มีคนที่อาศัยในอเมริกามีการซื้อสินค้าผ่านอินเตอร์เน็ตมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในอเมริกา

ให้มองว่าหากเราดันสินค้า 1 ตัวให้ขึ้นหน้าหนึ่งได้ ความต้องการในตัวสินค้าตัวนั้นๆ ขอแค่ 0.05% จากจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในอเมริกาที่ต้องการสินค้าตัวนี้ ซึ่งเปอร์เซนต์ที่ว่ามานี้มันเป็นตัวเลขที่น้อยมาก ความเป็นจริงมีสินค้ามากมายที่ตลาดมีความต้องการมากกว่า 1% ขึ้นไป

แล้วถ้ามีสินค้า 10 ตัวล่ะจะเป็นอย่างไร ทำมันอยู่แค่นี้แหละครับ อย่างที่เคยให้ลองเอาสินค้าไปหา Keyword ออกมา จะพบว่าบางทีสินค้า 1 ตัว มี Keyword เป็นร้อยตัว สองร้อย หรือ สามร้อยตัว คีย์เหล่านี้แหละครับที่จะเป็น สะพานเชื่อมโยงให้ลูกค้าเข้ามาเจอสินค้าของเรา จำนวน Keyword นี่เอง ที่เป็นตัวบอกถึง จำนวน เพ็จ หรือ บทความ หรือ จำนวนเว็บ สำหรับตอนนี้ก็คงขอจบแค่นี่ก่อนครับ และต้องขออภัยด้วยที่เขียนวกไปวนมา เพราะคิดสดๆ และเขียนออกมาเลย ไม่ได้เรียบเรียงมาก่อนครับ ไว้พบกันตอนต่อไป ในโครงการสอนอเมซอน สวัสดีครับ

อ่านได้เฉพาะสมาชิกที่สมัครเรียนเท่านั้น สมัครเรียนได้ที่นี่

Existing Users Log In
 Remember Me